ตรวจสลิปอัตโนมัติใน WooCommerce ด้วยปลั๊กอิน PPay Slip
อ่าน 1 นาที
ไม่มีรูปภาพ
ร้านที่ใช้ WooCommerce และรับโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหรือพร้อมเพย์ มักจบด้วยงานซ้ำ ๆ คือเปิดแอปธนาคารเทียบยอดทีละออเดอร์ แล้วค่อยกดเปลี่ยนสถานะเป็น "กำลังดำเนินการ" ด้วยมือ บทความนี้อธิบายภาพรวมว่าปลั๊กอิน PPay Slip สำหรับ WooCommerce ช่วยลดงานนี้ได้อย่างไร และควรเตรียมอะไรก่อนใช้งานจริง
ปลั๊กอินทำงานอย่างไร
แนวคิดคือให้ PPay เป็นผู้ตรวจสลิป ส่วน WooCommerce ทำหน้าที่ดูแลออเดอร์ ขั้นตอนโดยรวมมีดังนี้
- ลูกค้าเลือกวิธีชำระเงินของ PPay ตอนเช็กเอาต์ ปลั๊กอินจะสร้างรายการรับชำระผ่าน API ของ PPay โดยใช้เลขอ้างอิงที่ขึ้นต้นด้วย
WC-ตามด้วยเลขออเดอร์ - ลูกค้าถูกพาไปหน้าชำระเงินของ PPay เพื่อโอนเงินและอัปโหลดสลิป
- เมื่อสลิปผ่านการตรวจ หน้านั้นจะมีปุ่ม "กลับไปที่ร้าน" ให้ลูกค้ากดกลับมายังร้าน (ระบบไม่เด้งกลับเองโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องหน้าปลอม)
- ฝั่งร้าน ปลั๊กอินยืนยันสถานะจาก PPay แล้วเปลี่ยนสถานะออเดอร์ให้
ยืนยันการชำระเงินได้ 3 ทาง
จุดที่น่าสนใจคือปลั๊กอินไม่พึ่งทางใดทางหนึ่งเพียงทางเดียว แต่มี 3 ทางที่ช่วยกันสำรอง และทุกทางจะอ่านสถานะจริงจาก PPay อีกครั้งเสมอ ไม่เชื่อค่าที่ส่งมาจากเบราว์เซอร์อย่างเดียว พร้อมเทียบว่ายอดที่ชำระไม่น้อยกว่ายอดของคำสั่งซื้อ
- Webhook เหตุการณ์
invoice.paidจาก PPay ปลั๊กอินจะตรวจลายเซ็น HMAC และตรวจว่าเวลาของเหตุการณ์ไม่เก่าเกิน 5 นาที - ตอนลูกค้ากลับมาที่ร้าน ปลั๊กอินเช็กสถานะรายการทันที
- งานตรวจตามรอบ ทุก 5 นาทีผ่าน WP-Cron สำหรับกรณีลูกค้าปิดหน้าไปก่อนหรือ webhook ไม่มาถึง
ผลคือแม้ลูกค้าจะโอนแล้วปิดแท็บทันที ออเดอร์ก็ยังควรถูกอัปเดตได้ภายในไม่กี่นาที
ข้อควรรู้ก่อนติดตั้ง
บัญชี PPay มี Webhook ได้ 1 URL
หากคุณใช้บัญชี PPay เดียวกันกับหลายเว็บ เว็บที่ไม่ได้เป็นปลายทางของ webhook จะต้องพึ่งการตรวจทุก 5 นาทีแทน ซึ่งช้ากว่าเล็กน้อย เหตุการณ์ที่เลขอ้างอิงไม่ใช่ของเว็บนั้นจะถูกตอบรับแล้วข้ามไป ไม่ทำให้ออเดอร์ผิดพลาด
การเติมเงินกระเป๋า
หากร้านใช้ปลั๊กอินกระเป๋าเงินหรือเครดิตร่วมกับ WooCommerce ปลั๊กอินนี้ออกแบบให้ทำงานร่วมได้ แต่ยังไม่ได้ทดสอบกับปลั๊กอินกระเป๋าเงินตัวใดโดยเฉพาะ ควรลองเองก่อน
ทดสอบบนเว็บทดลองก่อนเสมอ
ปลั๊กอินผ่านการตรวจโค้ดและทดสอบสัญญา API แล้ว แต่ส่วนหน้าเช็กเอาต์และ hook ของ WooCommerce ยังควรลองบนเว็บทดลอง (staging) ก่อนเปิดกับลูกค้าจริง โดยเฉพาะถ้าธีมหรือปลั๊กอินอื่นแก้หน้าเช็กเอาต์ไว้มาก
เช็กลิสต์ก่อนเปิดใช้
- สมัครบัญชี PPay สร้างร้าน และเพิ่มบัญชีรับเงินพร้อมชื่อบัญชีให้ครบ
- สร้าง API key และตั้งค่า Webhook Secret ตามคู่มือในหน้า /plugins
- ติดตั้งปลั๊กอินบนเว็บทดลอง สั่งซื้อทดสอบ 1 ออเดอร์จนสถานะเปลี่ยนเอง
- ทดสอบกรณีลูกค้าโอนแล้วปิดหน้าทันที เพื่อดูว่างานตรวจตามรอบทำงาน
- ทดสอบอัปโหลดสลิปซ้ำ เพื่อให้เห็นว่าระบบปฏิเสธสลิปที่เคยใช้แล้ว
- ตรวจว่า WP-Cron ทำงานบนโฮสต์ของคุณ เพราะบางโฮสต์ปิดหรือจำกัดไว้
สรุป
ปลั๊กอินช่วยให้ร้าน WooCommerce ตัดงานเทียบยอดด้วยมือออกไปได้มาก โดยยังเก็บความรอบคอบไว้ด้วยการตรวจซ้ำจาก PPay ทุกครั้ง หากต้องการดาวน์โหลดและอ่านคู่มือฉบับเต็ม เข้าไปที่ หน้าปลั๊กอิน หรือถ้ายังไม่มีบัญชี เริ่มจาก คู่มือเริ่มใช้งานใน 5 นาที และดูรายละเอียดฝั่งนักพัฒนาได้ที่ เอกสาร API